กระดูกพรุน
สุขภาพ กับ โรคภัย ไข้เจ็บ Health & Disease
 All applications for mobile All applications for desktop
หน้าแรก ทรงผม พิมพ์นามบัตร ดูเวลาทั่วโลก พิมพ์ปฏิทิน พิมพ์การ์ด ใส่กรอบรูปภาพ แว่นตา ทำสติกเกอร์ไลน์ ใบหน้าคุณ
โรคต่างๆ ดูดวง ต้นไม้อื่นๆ ต้นไม้มงคล ปฏิทิน อีการ์ด ศัลยกรรมความงาม คอนแทคเลนส์ Ecard
ทรงผม ออกแบบทรงผม กรอบรูป ทำกรอบรูป ฟรีออกแบบอีการ์ดใช้รูปคุณ 2 ภาพ ออกแบบอีการ์ดเคลื่อนไหว ใส่รูปคุณ การ์ดอวยพร ออกแบบการ์ดหรือสติกเกอร์ขนาดใหญ่ ใส่รูปคุณ ออกแบบนามบัตร/ทำนามบัตร พิมพ์การ์ด ออกแบบการ์ดต่างๆ สำหรับพิมพ์ ออกแบบการ์ดต่างๆ สำหรับส่ง ออกแบบรูปถ่ายสติกเกอร์ฟรี ฟรีออกแบบนามบัตร/ฟรีทำนามบัตร ออกแบบอีการ์ดเคลื่อนไหว 2 ภาพ ออกแบบอีการ์ด ช่อดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ แต่งตัวคุณด้วยชุดจากห้องเสื้อชื่อดัง วอล์ลเปเปอร์ ใส่หน้าคุณ ทำปฏิทินเอง เสี่ยงเซียมซี ลอยกระทงออนไลน์ ฟรี นาฬิกาติดเว็บ ปฏิทินติดเว็บรูปคุณ ฟรีรูปภาพ ดูดวงไพ่ยิปซี
 
 
 
ไขมันในเส้นเลือด โรคเบาหวาน โรคภูมิแพ้ โรคข้อเสื่อม โรคอัมพาต กระดูกพรุน ภาวะไตวาย มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด โรคอ้วน
มะเร็งเต้านม โรคไทรอยด์ มะเร็ง ต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ โรคเสื่อมสมรรถ ภาพทางเพศ ตับอักเสบ โรคกระเพาะ อาหาร โรคต้อหิน ต้อกระจก โรคตาแดง
โรคผิวหนัง โรคผิวหนัง ติดเชื้อไวรัส โรคผิวหนัง ติดเชื้อรา โรคผิวหนัง ติดเชื้อแบคทีเรีย โรคเก๊าท์ โรคหอบหืด วัณโรค โรคความดัน โลหิตสูง โรคปอดบวม โรคนิ่วในไต
โรคหัด โรคพาร์คินสัน โรคอุจจาระร่วง โรคพิษสุนัขบ้า โรคอหิวาตกโรค โรครูมาตอยด์ โรคฮีโมฟิเลีย โรคริดสีดวง ทวารหนัก โรคไต โรคจิตเภท
โรคกระดูกพรุน เป็นโรคหรือภาวะที่ร่างกาย มีอาการทำลายกระดูก มากกว่า การสร้าง หรือมีอาการสร้างกระดูกลดน้อยลง ในขณะที่มีการทำลายกระดูกคงที่ เป็นผลให้ ความหนาแน่น ของกระดูกลดลง
โรคกระดูกพรุน
ผู้ใดบ้างที่มีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุน
โรคนี้มักจะพบในผู้สูงอายุ โดยจะพบ ในผู้ป่วยที่มี อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป แต่ในเพศหญิง โรคนี้ อาจ ตรวจพบ ได้ตั้งแต่อายุ 45 ปี หรือภายหลัง หมดประจำเดือน ไป 5-10 ปี เนื่องจากการขาดฮอร์โมน เพศหญิง ซึ่งทำหน้าที่ช่วยพยุงความหนาแน่น ของกระดูกไว้
Sponsored Links
นอกจากนี้ยังมีภาวะอื่นที่สามารถทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย ได้แก่
1. ผู้หญิงที่ถูกตัดรังไข่ทั้งสองข้างก่อนวัยหมดประจำเดือน หรือประจำเดือนหมดเร็วกว่าที่ควร
2. การได้รับยาบางชนิด เช่น ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยากันชัก เป็นต้น
3. โรคที่มีผลต่อการดูดซืมของแคลเซี่ยม ได้แก่ โรคตับ โรคไต เป็นต้น
4. คนผิวขาว และคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย
5. การสูบบุหรี่ หรือการดื่มสุราเป็นเวลานาน
 
ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน จะมีอาการอย่างไรบ้าง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ และไม่ทราบว่า ตนเอง เป็นโรค กระดูกพรุน นอกจาก การตรวจพบโดยบังเอิญทางภาพรังสี แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ จะมาด้วยอาการปวดกระดูก หรือ กระดูกหัก เมื่อมีอุบัติเหตุ ที่รุนแรงไม่มากที่จะทำให้กระดูกในคนปกติหักได้ กระดูกที่พบว่าหักบ่อย คือ กระดูกแขน และกระดูก บริเวณสะโพก บางคนอาจมีอาการปวดหลังเรื้อรัง อันเป็นผลมาจากการยุบตัวของกระดูกสันหลัง และมีหลังค่อม ตัวเตี้ยลง
 
แพทย์จะวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างไร การวินิจฉัยโรคนี้ระยะแรกจำเป็ตต้องอาศัยเครื่องมือ ในการวัด ความหนาแน่น ของกระดูก ซึ่งมีราคาแพง และมีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศ การวินิจฉัยด้วยภาพรังสีธรรมดา สามารถทำได้ แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลง ก็ต่อเมื่อมีการสูญเสียกระดูกไปมากแล้ว
 
การรักษาโรคกระดูกพรุน ในปัจจุบัน ยังไม่มีการรักษาใดที่ดีกว่าการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ กระดูกพรุน การป้องกัน สามารถทำได้โดย
1. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเดินและการวิ่ง
2. รับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมให้เพียงพอ
3. งดการดื่มสุรา และการสูบบุหรี่
4. หลีกเลี่ยงยาบางประเภท เช่น ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์
ในรายที่มีภาวะกระดูกพรุน เกิดขึ้นแล้ง แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้การรักษาทางยา ยาที่มีผลในการช่วยเพิ่มความหนาแน่น ของกระดูก ได้แก่ ยาฮอร์โมนเอสโตรเจน ไวตามินดี ยา ฮอร์โมนแคสซิโตนิน และแคลเซี่ยม เป็นต้น
อาหารกับโรคกระดูกพรุน อาหารที่มีแคลเซียม
1. การกินอาหารที่มีสารอาหารซึ่งประกอบด้วยธาตุแคลเซียม แมกนีเซียมและวิตามีน จะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง แต่ควรป้องกัน เสียตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ แคลเซียม ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อย ซึ่งสามารถ เคี้ยวได้ทั้งกระดูก
2. การกินอาหารที่มีวิตามินดีให้เพียงพอ ได้แก่ นม น้ำมันตับปลา ตับและไข่แดง
3. กินอาหารที่มีแมกนีเซียม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคกระดูกพรุน อาหารที่มี แมกนีเซียม ได้แก่ ถั่วทีเป็นฝัก ผลไม้เปลือกแข็ง ธัญพืชที่ไม่ได้ขัดสี ผักใบเขียว ปลา เนื้อสัตว์ นมและกล้วย แหล่งแคลเซียม ในอาหาร ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว และถั่วต่าง ๆ แหล่งวิตามินในอาหาร ได้แก่ ไข่แดง ตับ เนย ปลาทะเล ที่มีไขมันสูง เช่น ปลาทูน่า และปลาซาดีน แหล่งแมกนีเซียมในอาหาร ได้แก่ ถั่วที่เป็นฝัก ผลไม้เปลือกแข็ง ธัญพืช ที่ไม่ได้ขัดสี ผักใบเขียว ปลา เนื้อสัตว์ นม กล้วย
สุขภาพจิต | เลือดออกในสมอง | โรคเวียนศีรษะ | โรคอัลไซเมอร์ | โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ | โรคสมองอักเสบ | อาการปวดปวดประสาท | โรคสมาธิสั้น | เด็กออทิสติก | โรคเครียด | โรคกระดูกพรุน | โรคข้อเสื่อม | โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | โรคปีกมดลูกอักเสบ | หนองในเทียม | การติดเชื้อหูด | โรคเริม | แผลริมอ่อน | ฝีมะม่วง | ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา | โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | ไวรัสตับอักเสบบี | ไวรัสตับอักเสบซี | เซลลูไลท์ | ผื่นแพ้ยา | มะเร็งผิวหนัง | โรคลมชัก
ข้อมูลเกี่ยวกับโรคต่างๆ รวบรวมมาจากเอกสารแผ่นพับจากโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพทั่วไป เพื่อให้รู้ลักษณะของโรคและสาเหตุ และการรักษาเบี้องต้นในการดูแลสุขภาพ เมื่อทราบสาเหตุและอาการป๋วย ว่าเป็นโรคอะไร ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชื่ยวชาญตามสถานพยาบาลต่างๆ อย่าปล่อยไว้ให้เนิ่นนาน อาจจะทำการรักษายากขึ้นและใช้เวลานานในการรักษา
 
 
 
 
 
 
Copyright 2007-2019 www.ecarddesignanimation.com  All Rights Reserved. 
www.ecarddesignanimation.com (Thailand Server) www.freeecardgreeting.net (USA Server)